บทที่ 1 วิวาห์เถื่อน

เตียงขนาดเล็กเกิดแรงสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว มันโยกไปโยกมา เนื่องจากสภาพเตียงเก่าจวนจะพัง สองมือสากก็กำหัวเตียงเหล็กขึ้นสนิมแน่นเพราะความปรารถนาที่เพิ่มทวีคูณ จนเหล็กเก่าแทบจะหักเป็นสองท่อน แววตาก็ดุกร้าว ไร้ความปรานี     

           เสียงคำรามดังตามมาติดๆ หลังจากที่ชายหนุ่มขยับตัวเข้าหาร่างขาวลออที่เป็นเสมือน ‘ที่ระบายความแค้น’ อย่างรุนแรงจนร่างนั้นต้องกรีดร้องเพราะความเจ็บปวด แต่หล่อนก็หาได้ปัดป้องหรือถอยหนี เพราะชีวิตที่ต่ำต้อยซึ่งชายหนุ่มมอบให้นี้เขาเป็นคนครอบครองจนกว่า ความแค้นจะหมดลง    

           เจ้าของร่างนวลผุดผ่องราวเมฆขาวบริสุทธิ์ถูกจับพลิกตัวหันหลังให้กับมารร้ายซึ่งกำลังจะประหัตประหารให้ร่างสวยย่อยยับ แหลกสลายคาเตียง สิ่งที่หญิงสาวทำได้คือต้องทนทรมานกับความแค้นซึ่งตนเองไม่ได้ก่อมาร่วมหนึ่งเดือน ชายหนุ่มผู้ซึ่งจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหล่อนอีกหนด้วยความเจ็บปวดนี้ เขาเปรียบเสมือนมารตัวร้ายที่น่าหวาดกลัว       

           “ทนหน่อยนะรัมภา เดี๋ยวอีกนิดก็จบแล้ว” เสียงกระซิบของจอมมารทำให้เพียงรัมภาหวาดกลัวยิ่งนัก เสียงนั้นเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งขั้วโลก ทำให้ร่างน้อยสั่นเทาราวเจ้าเข้า   

           ร่างซึ่งเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแดงช้ำต้องสะดุ้งโหยงเมื่อกายร้อนๆ หลอมรวมเข้าหา เรียวปากต้องเม้มเข้าหากันด้วยความทรมานและเจ็บแสบ หล่อนไม่สามารถทนรับสภาพแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว แต่ก็ไม่มีทางหลีกหนี เพราะทุกครั้งที่หลับตาทุกอย่างจะทวีคูณความบ้าคลั่ง    

           มือช้อนก้นงอนให้ตั้งขึ้น ก่อนที่จะถาโถมเข้าหาอีกหน มือข้างหนึ่งก็เลื่อนไปกอบกุมสิ่งสวยงามที่เขามองแล้วไร้ค่า มันจะมีค่าขึ้นมาก็ตอนที่เขาพาหล่อนขึ้นเตียงเท่านั้น มือทั้งขยำ ทั้งบีบเคล้น และกำเบามือบ้าง รุนแรงบ้างตามอารมณ์ที่ปรารถนา และเขาก็หาได้สนใจว่าคนตรงหน้าจะเป็นเช่นไร หรือถ้าหล่อนทนไม่ไหวจะตายไปตรงนี้ เขาก็ไม่สนใจไยดี แถมยังจะยื่นมือเข้าไปช่วยให้หล่อนได้สมปรารถนา    

           ร่างหนาถาโถมเข้าหาอย่างเร่งเร้าเมื่อใกล้จะพบพานขึ้นไปท่องสวรรค์ชั้นฟ้า ก่อนที่จะคำรามเสียงดังแล้วรีบขยับกายออกห่างจากร่างที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ร่างสูงเหยียดร้อยเก้าสิบเซนติเมตรยืนสูงสง่า สองมือหยิบชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาซึ่งพาดอยู่ที่โต๊ะขึ้นมาสวมใส่แล้วตามด้วยรองเท้าหนังสีขาวที่เข้าชุดกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ         

           “ลุกขึ้นมาแต่งตัวได้แล้วรัมภา ‘วิวาห์เถื่อน’ ของเรากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”

           ราวกับมนตราทำให้ร่างซึ่งแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงลุกขึ้นมา แม้จะลุกขึ้นด้วยความลำบากก็ตามที ใบหน้าเจิ่งนองไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด หล่อนต้องทนกับความทุกข์นี้ไปถึงเมื่อไหร่กันนะ เมื่อไหร่กันละครฉากนี้จะจบลงเสียที   

           “เร็วสิ ฉันให้เวลาเธอยี่สิบนาทีเท่านั้น” จากนั้นร่างกำยำของคนนามว่า ‘พยัคฆ์’ ก็ตรงดิ่งออกไปจากห้องนอนในชั้นล่างของตัวบ้าน แม้ว่าเพียงรัมภากำลังจะถูกตบแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ มาเป็นนายหญิงของทุกคน แต่ไม่ว่าวันไหน คืนใดหล่อนก็จะคงสิทธิ์นางทาสตลอดไป 

           ยังจำครั้งแรกที่เขาและหล่อนเจอกันได้ มันช่างคล้ายกับความฝันราวกับอยู่ในนิยายรักโรมานซ์ พยัคฆ์เดินถือดอกกุหลาบขาวช่อโตมาให้พร้อมสารภาพว่าแอบชอบหล่อน ซึ่งทั้งคู่เคยเจอกันมาบ้างในงานสังคม แววตาที่จับจ้องก็ช่างอ่อนโยนต่างจากวันนี้โดยสิ้นเชิง  

           เท้าเล็กรีบก้าวเท้าลงจากเตียง แม้จะมีอาการเจ็บหนึบที่กลางลำตัวทำให้เดินซวนเซไปกระแทกกับขอบเตียงอย่างจังจนต้องนิ่วหน้า แต่ก็ต้องจำใจกัดฟันทนฝืนความเจ็บปวดเอาไว้ หล่อนต้องเก็บซ่อนเร้นทุกอย่างให้เป็นเพียงอากาศที่ไม่มีใครเคยมองเห็น      

           คำว่า กตัญญูรู้คุณ ทำให้เพียงรัมภาอดทนมาได้ถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับขุมนรกมาถึงหนึ่งเดือนเต็ม มือเล็กรีบหยิบชุดเจ้าสาวซึ่งแสนประณีตขึ้นมาสวมใส่ ชุดเจ้าสาวตัวนี้เป็นผ้าลูกไม้ชุดนี้เป็นลักษณะเอวสูง แขนยาว คอตั้ง ตัวกระโปรงจะบานพองฟูรอบตัว พร้อมกับรีบเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อปกปิดร่องรอยของความป่าเถื่อนและหยาดหยดน้ำตา

           “เสร็จหรือยังรัมภา เหลืออีกแค่สิบนาทีงานแต่งงานของเราก็จะเริ่มแล้ว” พยัคฆ์ย่างเท้าเข้ามากระชากตัวเจ้าสาวของตนเองให้ปลิวตามแรงกำลัง ถ้อยคำนั้นเหมือนประโยคเอ่ยถาม แต่แท้จริงมันคือประโยคพิฆาตดังประกาศิต จากนั้นทั้งคู่ก็ตรงดิ่งไปยังงานวิวาห์ซึ่งจัดอยู่ในโรงแรมหรูระดับห้าดาว

           รถลัมโบร์กีนีสีดำได้พุ่งทะยานสู่ท้องถนนด้วยความเร็วรวดราวกับอยู่ในสนามแข่งก็ไม่ปาน ไม่ว่าเลี้ยวโค้ง ขับแซง หรือทางตรงก็ทำให้เจ้าสาวหลับตาปี๋ หวาดกลัวยิ่งนัก แต่เจ้าหล่อนก็ไม่มีสิทธิ์ร้องขอใดๆ ทั้งสิ้น ทำได้เพียงนั่งตัวสั่นและซบหน้าลงกับเบาะ   

           “กลัวอย่างนั้นหรือเพียงรัมภา” เขาถามและหัวเราะดังลั่นราวมารร้าย ใบหน้าฉีกยิ้มกว้าง “ลืมตาขึ้นมาเพียงรัมภา มันไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลย” เท้าเหยียบคันเร่งส่งผลให้รถพุ่งทะยานเร็วไวขึ้น          

           “รัมภากลัวค่ะคุณพยัคฆ์ รัมภากลัว” น้ำเสียงโศกหลับตาแน่น สองมือก็เกาะเบาะรถเอาไว้         

           “ลืมตาเพียงรัมภา ก่อนที่เธอจะเจอดี” เสียงขู่กระชาก ใบหน้าตึงโกรธเกรี้ยว สายตาชิงชังหันขวับมามองเจ้าสาวเถื่อนอย่างเอาเรื่อง         

           แต่ทว่าเพียงรัมภายังเลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่ยอมขยับเปลือกตาขึ้นมา สร้างความไม่พอใจให้กับมารร้ายเช่นพยัคฆ์ สองมือจึงจัดการเลี้ยวรถคันหรูเข้าข้างทางพร้อมกับส่งมือไปกระชากต้นแขนสวย อีกมือหนึ่งก็เชยหน้ามนขึ้นมาทำให้คนตัวเล็กจำใจต้องเงยหน้าขึ้นมอง          

           “เธอไม่ทำตามคำสั่งของฉันอย่างนั้นหรือเพียงรัมภา” น้ำเสียงทุ้มต่ำฟังแล้วแสนจะน่ากลัว

บทถัดไป